Kansai, Japan Trip 2016 Day 3-4 (Kyoto,Osaka)

posted on 13 Jul 2016 18:21 by oden in Travel

        สวัสดีค่ะ หายจากการเขียนทริปคันไซมานานมาก ตอนนี้กลับมาเล่าต่อแล้วค่ะ

        ที่หายไปนาน ต่ายยุ่งๆบ้าง หรือไปโฟกัสอย่างอื่นบ้าง ฮ่าๆๆ จนช่วงเวลาที่ผ่านมามีหลายทริปที่ไปเที่ยวมาอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ มันเริ่มเยอะขึ้นจนกลัวจะเขียนไม่ทันค่ะ ฮา

entry นี้ขอรวมวันที่ 3 และ 4 เข้าด้วยกันเลยนะคะ เพราะวันที่ 4 เป็นวันซ๊อปรูปเลยไม่ค่อยมีอีกแล้วค่ะ ฮา

 

Day 3 Osaka - BKK

        วันที่ 3 เป็นวันที่เราจะไปเที่ยวเมืองเกียวโตกันค่ะ นั่งรถไฟจากโอซาก้าแปปเดียวจ้า ที่แรกที่มาของวันนี้คือ ศาลเจ้า Fushimi Inari ค่ะ ที่อยากมาเพราะเห็นรูปถ่ายแล้วสวยดี

 สังเกตุเวลาบนป้ายค่ะ สตาร์ทกันเที่ยงอีกแล้ว 5555

 

ถึงแล้วค่ะ งานดีค่ะ 55555 กำลังรอข้ามทางรถไฟ เลยขอถ่ายเก็บสักแชะ

 

พอมาถึงอย่างแรกที่ทำเลย หาของกินค่ะ ยังไม่กินอะไรเลยแต่เช้าหิวมาก

เดินมาเจอร้านข้าวหน้าปลาไหล จัดเลยค่ะ ไม่เลือกมากแล้ว

 

 

ปลาย่างกันหน้าร้านให้ดูเลยค่ะ

 

 

หน้าตาชุดที่ต่ายสั่งค่ะ อร่อยยยย หรือหิวก็ไม่รู้ กินหมดไม่เหลือข้าวแม้แต่เม็ดเดียว =_=+

 

กินเสร็จแล้วเที่ยวต่อค่ะ เดินเข้ามาภายในศาลเจ้าแล้วค่ะ 

  

 

ตอนแรกเราจะเจอสาต้นใหญ่ก่อนค่ะ เดินมาเรื่อยๆค่ะจะเจอทางแยก 2 ทางที่ตรงนี้เป็นจุดแลนมาร์คที่ถ่ายรูปกันค่ะ 

 

 

 

  

 

 

หลังจากที่ถ่ายรูปจนพอใจแล้ว ข้างหน้าแอบสังเกตมีร้านชาร้านนึงค่ะ เลยขอแวะชิมโหน่ย

 ไม่ได้ถ่ายด้านหน้าไว้เลย ก่อนเข้าเค้าก็จะให้เลือกเซทแล้วจ่ายเงิน จากนั้นก็เข้าไปนั่งรอด้านในค่ะ

 

   

เข้ามาแล้วมีสวนด้านหน้าค่ะให้เราจิบชาไปชมสวนไป แต่สวนเราว่าค่อนข้างแห้งแล้งไปหน่อยนะ

มาเสิร์ฟแล้วค่าา น่ากินมากกก

 

 

 ขนมอร่อยมากกกกกกกก ประทับใจชอบบ ข้างในเป็นไส้ถั่วแดง หวานกำลังดี หอม อยากกินอีก ส่วนชาร้อนนั้น ขมปี๋เลยค่ะ เรว่าเราชอบกินชาขมไม่หวานนะ แต่อันนี้ไม่ไหวขอผ่าน

  

 

ภาพบรรยากาศแถวร้านค่ะ ญี่ปุ๊นน ญี่ปุ่นดีจริงๆเลย

 

 จากนั้นแบตกล้องจริยา หมดค่าาาา ภาพต่อไปอาศัยกล้องไอโฟนสลับกล้องเพื่อนบ้าง

 

        ต่อไปเราจะไปวัด kiyomizu กันต่อค่ะ

        นั่งรถไฟฟ้าแล้วเดินเอาค่ะ ค่อนข้างเดินไกลนิดนึง ไม่มีภาพระหว่างนี้ T T ถ้าเผื่อได้รูปจากกล้องเพื่อนมาเพิ่มจะมาใส่เพิ่มนะคะ

 

พอเดินมาถึงกลางทางเจอต้นซากุระบานค่ะ สกิลตั้งกล้องถ่ายมาค่ะ

 

ช่วงที่เรามาเจอซากุระบานบ้ง พอมีให้ถ่ายได้กรุบกริบบ้าง ส่วนมุมมหาชนนั้นแห้งงง

 

 

  

        พอชมวัดเสร็จ มีฝนตกปรอยๆค่ะ เราก็เดินลุยๆไปลงอีกทางซึ่งมีของกินของฝากเรียงราย ซื้อไอติมกินบ้าง ชิมบ้าง ซื้อของฝากกันบ้างช๊อปสนุกๆกันไปค่ะ

        จากนั้นเราก็กลับไปยังตัวเมืองเกียวโตเพื่อไปเดิน ห้าง Yodobashi Kyoto เพราะต่ายกำลังตามหาซื้อเลนส์ 35 F1.4 ได้มาราคา 13,000 บาท นิดๆเอง ที่ไทยขาย 18,900 บาท

 

ในห้างถ่ายมาแค่รูปเดียว กาชาปองง

 

ข้าวเย็นเราเอาง่ายๆไว้ก่อน หากินร้านแถวที่พักค่ะ

 

        จากนั้นก็กลับที่พักเตรียมแพ๊คกระเป๋าเก็บค่ะ เพราะว่าพรุ้งนี้เราต้องกลับกันแล้ว

 

 Day 4 Osaka - BKK

        วันรุ่งขึ้นเราออกจากที่พัก 10 โมง แล้วไปฝากกระเป๋าที่ออฟฟิศของโฮสซึ่งเดินจากที่พัก 1 กิโลนิดๆ จริงๆมันก็เป็นข้อเสียของการจอง Airbnb เนอะ ถ้าโฮสอยู่ห้องข้างๆหรือติดๆกันไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร แต่ห้องที่เราเลือกโฮสอยู่ไกลง่า แถมพิกัดที่ให้หายากกกอีกตะหากก เพราะเค้าให้แค่ที่อยู่มา แต่ไม่ให้แผนที่ภาพ กว่าจะหาเจอเหนื่อยกันเลยทีเดียว ==

        พอเจอโฮสแล้วเป็นผู้หญิงน่ารักเลยทีเดียว แต่มีลูกอ่อนแล้วนะจ้า ฝากของเรียบร้อยเสร็จ เราก็เดินไปช๊อปที่ชินไซบาชิค่ะ เป้าหมายวันนี้ไม่มีอะไรค่ะคือช็อปปิ้งตามหาของทั้งวัน ก่อนอื่นเราอยากไปถ่ายรูปป้ายกูลิโกะตอนกลางวันก่อนค่ะ แก้มือวันแรกที่ถ่ายตอนมืดไม่ค่อยสวยย

 

เป็นท่าทีมที่เตรียมกันมาตั้งแต่อยู่ไทย 5555

 

        จากนั้นแยกกันเดินกับเพื่อน แล้วมาเจอกันที่ออฟฟิศโฮสอีกทีตอน 6 โมง ซึ่งตอนกำลังเดินเรารู้สึกว่าเริ่มมีไข้ละ เมื่อวานโดนฝนไปมันเริ่มออกฤทธิ์ละ ==

        รูปวันนี้ไม่ค่อยมีเลยค่ะ เพราะทำเวลาเดินหาของกันให้ไว และเริ่มมีไข้อีก ได้ลองเลนส์ใหม่ที่ซื้อมาไม่กี่ภาพเองค่ะ

 

  

 

อันนี้อร่อยมาก จำชื่อไม่ได้ เห็นเค้าบอกเป็นของขึ้นชื่อโอซาก้า เพิ่งได้ลองวันสุดท้าย ฮืออ

 

 

 

        พอใกล้ 6 โมงเรากลับไปยังออฟฟิศโฮสเพื่อไปเอากระเป๋า ลากกันเหนื่อยอีก 1 กิโล แถมหลงอีกตะหาก เพราะเราไม่ชินทางจากออฟฟิศโฮสไปสถานีรถไฟกันอะ ฮือออ มีคนญี่ปุ่นเค้าคงเห็นพวกเรากำลัง งงๆ มั้ง เค้าเลยมาถามว่าจะไปไหน แล้วอาสาพาเราไปส่งที่สถานี พยายามหาลิฟต์ลงรถไฟฟ้าใต้ดินให้เรา ตอนนั้นเราป่วยด้วย ไอตลอด เค้าก็เอาลูกอมมาให้เรากินอีก น่ารักมากๆเลยค่ะ แล้วเค้ายังบอกว่าเค้าได้เคยมาเที่ยวประเทศไทยด้วย

        จากนั้นเราก็เหินฟ้ากลับประเทศไทยค่ะ ถึงประมาณตี 4 กว่าๆ พร้อมเป็นไข้อีก 3 วัน ฮา ดีนะมาเป็นเอาตอนวันสุดท้ายไม่งั้น เที่ยวไม่สนุกแน่เลย

 

        จบแล้วค่ะ สำหรับทริปคันไซของเรา หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่กำลังจะวางแพลนไปเที่ยวบ้างนะคะ อาจจะไม่มีใครอ่าน 5555 แต่เราก็อยากจะบันทึกเดินทางที่ประทับใจไว้อ่านเองด้วย เผื่อเวลาที่เราคิดถึงจะได้มาย้อนอ่านให้หายคิดถึง ตอนนี้ขอลาก่อนนะคะ เจอกัน Entry หน้าจะพาไปมัลดีฟส์ สถานที่ในฝันของต่ายอีกที่ค่ะ อิอิ บายค่า ^^

Comment

Comment:

Tweet