DREAM ON MALDIVES!!!

posted on 26 Nov 2016 01:32 by oden in Travel

       

        เห้ยยย คราวนี้มีหน้าปกแบบฮิปเตอร์ 5555

        สวัสดีค่ะ ทริปนี้ขอลัดคิวทริปอื่นมาลงเลยค่ะ เป็นทริปในฝันของต่ายอีกทริปค่ะ ที่สักวันอยากจะไปสัมผัสแล้ววันนี้ก็มาถึงจริงๆ กรี๊ดดดด

        ถ้าใครขี้เกียจอ่าน เลื่อนลงไปดูรูปได้เลยนะคะ ฮา

 

        ทริปนี้อิแฟนเค้าตั้งกฎมา นอกจากนอนกลางน้ำเท่านั้นอันนี้ต่ายก็อยากนอนกลางน้ำ แล้วยังต้องบินตรงเท่านั้นด้วยค่ะ ซึ่งตั๋วบินตรงราคาปกติอยู่ประมาณ 2 หมื่นนิดๆแล้วแต่ช่วง แพงงน้ำตาไหล

        ช่วงที่กำลังปั่นแต้มบัตรเครดิตเพื่อจะไปแลก Flyer Bonus จะได้ save cost ก็มีโปรครบรอบ 48 ปี Bangkok Airways ออกมาค่ะ เช้าวันโปรออกตั้งปลุก 8 โมงเช้ามาจอง ตอนกำลังเลือกช่วงเวลาดูราคา แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เห้ย!! ไป-กลับคนละ 6,500 บาท นั่งกดเครื่องคิดเลขอีกที เห้ย!! ราคานี้จริงเหรอ เห้ยยย!!!! ตอนแรกคิดว่าจะเป็นโปรเที่ยวละ 6,500 ไปกลับ 13,000 ก็ดีใจแล้ว แต่นี่โปรบินตรงไป-กลับคนละ 6,500 บาท รีบจองดิ รอไรรรตื่นเต้นมากกก ใจเต้นรัวๆจริงๆนะ 555 ตอนตัดบัตรเสร็จ บุคกิ้งส่งเข้ามาในเมล์ดีใจแบบสุดๆ มัลดีฟส์เราจะเป็นจริงแล้ววว

        กราบขอบพระคุณ Bangkok Airways มากค่ะที่ออกโปรนี้มา แต่ราคานี้ต้องทำใจอย่างนึงคือเป็นช่วงโลว์ซีซั่นนะคะ ตอนนั้นจองได้ตั้งแต่ กันยายน-พฤศจิกายน แต่ต่ายก็พยายามเลือกเดือนพฤศจิกายนท้ายๆไว้ก่อนน

 

        โอย เกริ่นเรื่องตั๋วมายาวมาก 555 ต่อมาหาที่พักค่ะ คือขี้เกียจหาเองขี้เกียจอ่านนั้นแหละค่ะ ง่ายไว้ก่อนเลยจองผ่าน Agent ค่ะ ง่ายๆเลยสบายดี ต่ายเลือกจองกับ Maldives Expert ค่ะ พี่แอ๊นท์ดูแลดีมาก

        ตอนนั้นต่ายบอกเค้าไปว่าอยากได้ 20,000-30,000 มีที่ไหนบ้าง ตอนนั้นมี 2 ที่ คือ Centara Ras Fushi resort ราคา 2 คืน อยู่ที่ 27,000-28,000 บาท กับ Thulhagiri ราคา 23,000 ห่างกัน 5,000 คือเยอะอยู่นะ

        2 ที่นี่ก็ดีคนละแบบกันค่ะ Centara เป็นของคนไทย ใกล้มาเล่เมืองหลวง แต่ Thulhagiri เค้าบอกประการังสวยกว่า แต่ห้องสวยไม่เท่า Centara คือต่ายไม่เคยดำน้ำไง เลยเลือก Centara ค่ะ เพราะห้องดูสวยกว่า ฝั่งทิศตะวันตกในราคา 28,000 บาท รวมค่ากิน 3 มื้อ และค่าเรือไปเกาะ จากนั้นไม่ต้องทำอะไรแล้วค่ะ คุณแอ๊นท์ส่งใบจองที่พัก และคู่มือไปมัลดีฟส์มาให้ทางปณ.ตอนใกล้ๆวันจะไป มันไปง่ายจีๆๆๆๆ นอนนับวันรอไปสนามบินกัน เย้

 

 

DAY 1 GO GO GO!!!

        เช้าวันที่ 13 พฤศจิกายน ถึงสุวรรณภูมิเช็กอินเคาเตอร์เสร็จแล้วเข้าเล้าจ์เลยค่ะ หาของรองท้องก่อนอันดับแรก 5555 คือยังไงก็ไม่เสียตังซื้อข้าวเช้าเอาสิ

 

 

นอน กิน ชาตแบตไปเรื่อย พอถึงเวลาก็ไปที่เกทค่ะ

 

 

 

แอร์แจกผ้าเช็ดมือ กับขนมมาค่ะ ขนมอันนี้อร่อยมากกกกกกก ถึงขนาดร้องขออีกห่อ

 

ระหว่างนี้แอร์แจกใบตม.ของมัลดีฟส์ค่ะ แต่เราไม่ต้องเพราะคุณแอ๊นท์จัดการเขียนให้เราเรียบร้อยแล้ววว เราแค่เซ็นชื่อเท่านั้น

 

อาหารเช้าบนเครื่องซึ่ง ไม่หย่อยเยย แต่แขกข้างๆแดรกเรียบ 

 

จอเปิดหนังอะไรคะ เห็นมั้ยคะ หน้าหล่อของสามีเก๊าเองง Avenger Civil War ถามว่าได้ดูมั้ย ไม่ หลับ 555 เมื่อคืนนอน 2 ชั่วโมงเอง

 

 

กินๆ นอนๆ เพลินๆ ถึงแล้วว Ibrahim Nasir International Airport เห้ย ตื่นเต้นเว่อร์ ตอนกำลังแลนด์แบบ น้ำทะเลทำไมสีสวยแบบนี้วะ ปกติไม่เคยถ่ายรูปตอนแลนด์เลยนะ นี่อดไม่ได้ขอสักภาพเถอะะะ

 

ที่นี่ไม่มีงวงช้าง ต้องเดินเข้า สนามบินเล็กมากกก เดินเข้าไปอาคารคือเจอ ตม. แล้วก็สายพานรับกระเป๋าเลย

 

หลังจากนั้นเราก็หาคนถือป้ายรีสอร์ทของเราค่ะ เค้าก็พาเราไปเคาเตอร์ แล้วรอเวลาพาไปท่าเรือ Centara นั่ง speed boat 15-20 นาทีเองค่ะ ไม่มี sea plane น้าเพราะมันใกล้มาเล่ค่ะ

 

        ภาพต่อไปนี้ทุกรูปในบล๊อคไม่มีการใส่ filler แต่อย่างใด ไม่มีการแต่งเร่งสีให้ฟ้าขึ้นนะคะ มีแต่ปรับรูปให้สว่างและย่อรูปแค่นั้นเอง

        แค่ท่าเรือน้ำใสมากกกก สีสวยมากกก ของจริงสวยกว่าในรูปมากกกกๆๆๆๆๆค่ะ ตอนนั้นไม่รู้จะถ่ายยังไงให้เห็นความสวยที่เห็นด้วยตาจริงๆ

 

 

ภาพจากท่าเรือค่ะ ปลาหลากสีสันก็ว่ายน้ำมาทักทายแล้ว

 

 

 

 

 

นั่งแปปเดียวไม่นาน กำลังเพลินๆกับวิวเลย ถึงล๊าววว

 

 

โอยน้ำใสไปไหนน

 

 

มาถึงล๊อบบี้ต้อนรับด้วย welcome drink ค่ะ ไม่รู้น้ำอะไรแต่อร่อยดีค่ะ 

 

        ข้อดีของที่นี่คือ มีพนักงานคนไทยค่ะ พอเค้ารู้ว่าเราเป็นคนไทย เค้าก็เรียกพนักงานไทยมาต้อนรับและอธิบายเกี่ยวกับรีสอร์ทให้กับเราค่ะ ห้องของเราจะได้ตอนบ่าย 2 ค่ะ พนักงานเลยให้เราไปกินข้าวที่ห้องอาหารก่อน

 

        ที่ห้องอาหารหลักจะเปิด เช้า กลางวัน เย็นค่ะ มีเวลาเป็นรอบๆไป

 

มื้อแรกที่มัลดีฟส์ สตูเนื้อ อร่อยมากกกกกกกกกกกกกค่ะ แอบมีไข่ลูกเขยด้วยนะเห็นมั้ย ผัดผักธรรมดาก็ยังอร่อยค่ะ

 

ใกล้บ่าย 2 เรากลับมาล๊อบบี้ค่ะ แต่กว่าจะได้เข้าห้องบ่าย 2 ครึ่งเลยอะ แอบเลททท T____T

พนักงานพาเรานั่งรถกอล์ฟไปยังห้องพักค่ะ เดินนี่ไกลอยู่

 

  

 

 

ห้องพักที่เราได้ ห้อง 356 ค่า

 

เปิดห้องมาล๊าววว

 

มินิบาร์ไม่ฟรีค่ะ มีน้ำเปล่า ชา กาแฟที่ให้ฟรีจ้า

 

 

มีลำโพงให้ด้วยค่ะแต่ไม่ได้ใช้เลย เพราะเราเอาลำโพงส่วนตัวมาเองไม่รู้ว่ามันจะมีให้งะ

 

 

 

 

ในห้องน้ำเค้ามีให้พร้อมเลยค่ะ แชมพู สบู่ หมวกคลุมผม โลชั่น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ที่โกนหนวด ใบบวบขัดตัว เข็มด้าย หวี ลำสี บราๆๆ คือพร้อมไม่ต้องเอาไรมายังได้อะ

 

ตู้เซฟ เสื้อกันฝน เสื้อชูชีพมีไว้เลยในห้อง

 

 

ต่อไปมาดูระเบียงกันนะคะ

 

 

กรี๊ดดดดด ภาพในฝัน 

 

 

น้ำสีสวยมาก ใสมาก งื้อออ นี่ขนาดเกาะใกล้ๆนะ ถ้าไกลๆจะสวยขนาดไหนน้า

 

เนื่องจากยังร้อนอยู่เราเลยไปเดินเล่นกันก่อนค่ะ

 

 

 

เรามานั่งกันที่ Viu Bar ที่นี่จะเปิดประมาณ 10 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน แต่ last order 5 ทุ่มค่ะ all inclusive สามารถเลือกกินได้ไม่อั้นเลยค่ะ แต่ต้องกินในนี้เท่านั้นนะ สั่งกินที่ห้องเสียเงินจ้า

 

 

ตรงกลางบาร์เป็นรูมองเพลินๆ มาปลามาว่ายให้ดูเต็มเลยค่ะ

 

จากนั้นก็ถึงเวลาเล่นน้ำกันแล้ววววว น้ำใสๆจ๋า สั่งอีแฟนสูบลมห่วงยางที่หอบมา

 

  

 

 

        เล่นน้ำกันจนเกือบมืดเลยค่ะ เริ่มหิวอาบน้ำแล้วออกไปหาอะไรกินกันดีกว่า

        นอกจากห้องอาหารหลักแล้วที่นี่ยังมี ห้องอาหารไทย ห้องอาหารอิตาเลี่ยน และห้องอาหารอินเดียด้วยค่ะ ดินเนอร์คุณแอ๊นท์จองห้องอาหารให้เราเรียบร้อยแล้วค่า วันแรกเราเลือกห้องอาหารอิตาเลี่ยน วันที่สองเลือกห้องอาหารไทยค่ะ

 

จานแรกเสิร์ฟขนมปังค่ะ อร่อยดี

 

ต่อไปเราเลือกได้ 1 เซทจากเมนูที่เค้ามี สลัดก่อนเลยค่ะ

 

จานหลักเลือกสเต๊กหมู มีหมูนะคะที่นี่ 5555 อันนี้เฉยๆหมูแข็งไปหน่อย

 

ของว่างเลือกฟรุ๊ตสลัด เอาที่เรารู้จักก่อน กลัวกินแปลกๆแล้วไม่อร่อย

 

กำลังกินอยู่ดีๆ มีผู้หญิงคนนึงเข้ามาพร้อมกับมือกีต้าร์ 2 คนค่ะ เค้าจะมาร้องเพลงให้ฟัง ถามว่าชอบเพลงอะไร แล้วมาโต๊ะเราโต๊ะแรกไง เตรียมตัวไม่ทันนะ 5555 ก็เลยให้เค้าเลือกเพลงให้ค่ะ

เลนส์ 35 mm เราไม่สามาถถ่ายผู้หญิงมาได้เลยค่ะ เลยถ่ายมาแค่นี้ เสียงเค้าเพราะมาก

 

ร้องแบบเต็มเพลงด้วยนะคะ พอร้องโต๊ะเราเสร็จ พี่สาวเค้าก็แวะร้องให้ทุกโต๊ะเลยค่ะ

        หลังจากกินข้าวเสร็จ แล้วก็นั่งกินเบียร์ที่วิวบาร์ต่อกันจนถึงเที่ยงคืนเลยค่ะ 555 นอนตรงเปลตะข่าย สบายนะไม่เมื่อยเลย ตอนนี้ไม่มีรูปเลยค่ะ ดึกแล้วถ่ายวิวอะไรไม่เห็นค่ะ TvT สาดแฟรชไปเห็นแต่หน้าตัวเอง ฮือออ วันนั้นตรงกับวัน super full moon มีแสงพระจันทร์สาดส่อง สำหรับเราวิวทะเลตอนนั้นดึกแล้วววก็ยังสวยมากกกก ไม่รู้จะอธิบายยังไงถึงความสวย อยากให้เห็นภาพตรงนั้นจริงๆค่ะ แล้วพี่สาวนักร้องก็มาร้องเพลงต่อที่บาร์ค่ะ แต่ละคนก็ขอเพลงกันไป เพลินมาก ชิวมาก อากาศลมพัดเย็นสบาย เบียร์เย็นๆ เพลงเพราะๆ ชอบบรรยากาศตอนนั้นมากกกกกเลย <3 พอบาร์ปิดแล้วถึงเวลาเข้าห้องนอนได้แล้วค่ะ

 

DAY 2

        วันนี้เราขอตื่นสายกันหน่อยค่ะ ตื่นกันประมาณ 10 โมง เจอวิวแบบนี้เลย

 

 

 

ขอเล่นน้ำก่อนเลยค่ะ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ถ่ายรูปสวยนะ เพราะถ่ายตามแสงพอดีเลย

 

 

เล่นน้ำเสร็จ เริ่มหิวไปกินข้าวกัน ระหว่างเดินไปห้องอาหารเห็นปลาน้อยๆว่ายกันตลอดทาง สีสวยๆแปลกๆเยอะ แต่ว่าถ่ายแล้วมองไม่เห็นค่ะ =w=

 

ต่ายคิดถึงสตูเนื้อมาก วันนี้จะมีอีกมั้ย สรุปมีด้วยจ้าาา

 

 

จากนั้นเราก็เดินสำรวจเกาะกันค่ะ

 

ตรงนี้เป็นห้องพักริมหาดค่ะ

 

ชายหาดหน้าห้องพักริมหาด

 

วันนี้ฟ้าหมองๆ

  

 

แวะวิวบาร์ก่อนเข้าห้องค่ะ 5555

 

 

จากนั้นเราก็ไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำกันอยากพายเรือเล่น แต่เล่นได้ตรงจุดที่เค้าแจ้งเท่านั้นนะ

 

 

จากนั้นเราก็กลับห้องค่ะ ขากลับได้เจอปลาฉลามด้วยยย ตัวเล็กน่าร๊ากก ภาพนี่ซูมจากไอโฟนสุดริด 5555

 

มีให้อาหารปลาด้วย น้องหลามก็มาขอกินด้วย

 

เย็นแล้วกลับมาที่ห้องค่ะ ขอเสียของห้องฝั่งนี้คือบ่ายๆจะร้อนมาก แต่ตอนพระอาทิตย์กำลังตกฝั่งนี้ดีงามมากกก นอนดูพระอาทิตย์ตกเพลินมากเลยค่ะ

 

 

 

มาลองเล่นฟองในอ่างจากุชชี่หน่อย อิอิ

 

นี่ตอนเทสบู่ลงไปยังไม่ได้เปิดจากุชชี่

 

แต่พอเปิดแล้ว ฟองตรึมมม ฟูมากกก ไม่เคยเจอฟองแน่นขนาดนี้มาก่อน 5555 ภาพนี้คือปิดแล้วนะ ถ้าเปิดไว้คือฟองล้นจริงๆ

 

จากเล่นฟองกันเพลินแล้ว มื้อค่ำวันนี้จองที่ห้องอาหารไทยค่ะ

เหมือนห้องอาหารอิตาเลี่ยนค่ะ มีให้เลือกได้ 1 เซท เลือกยำวุ้นเส้น อีแฟนเลือกต้มข่าไก่ ส่วนรสชาด ยำวุ้นเส้นเฉยๆอะ ข่าไก่ไม่อร่อย

 

จานหลักเป็นข้าวผัด อันนี้ก็เฉยๆ ถ่ายไม่ทัน หิวเกินแอบกินไปแล้ว 555

 

ของหวานทับทิมกรอบ กะทิไม่อร่อย == ไหนอ่านกระทู้พันทิพย์บอกอาหารอร่อยแว๊

 

        กินมื้อค่ำเสร็จเหมือนเดิมค่ะ กินเบียร์ต่อที่วิวบาร์ ตอนหัวค่ำวันนี้มีฝนตกฟ้าเลยปิดมองวิวไม่สวยเหมือนคืนแรกเลยง่าา เสียดายจัง วันนี้ถึง 5 ทุ่มพอค่ะแล้วกลับห้อง ค้นพบว่าห่วงยางโดนัท หายไปแล้วววว แงงงง คิดว่าน่าจะโดนลมพัดปลิวไปแล้วเพราะวางไว้นอกระเบียง ทุกคนอย่าเอาวางนอกระเบียงแบบเรานะ TvT โถ่ซื้อมาเล่นแค่วันครึ่ง เสียดายย

 

DAY 3

        วันนี้ต้องกลับแย้ว T T ตื่นกัน 6 โมงเช้าเลยค่ะ กะว่าจะเล่นน้ำก่อนแต่เล่นไม่ไหวน้ำหนาวไป 555 เลยไปกินข้าวเช้ากันก่อนค่อยมาเล่นน้ำ ตอนเช้ารู้สึกปลาเยอะดี ว่ายมาหน้าห้องเลย

        ขอเก็บภาพระทับใจอีกหน่อย

  

10.45 น. พนักงานมารับกระเป๋าเป๊ะตามเวลาที่แจ้งในจดหมายที่พนักงานส่งกำหนดการมาให้เราเมื่อคืน เก็บภาพก่อนกลับอีกสักนิดค่ะ

 

 

มีร้านขายของที่ระลึก แวะช๊อปโหน่ย ระหว่างรอเรือออก 

 

ตอนมาถึงท่าเรือจะกลับ พนักงานอยู่กันเต็มเลยค่ะ งง ทำไมมากันเยอะแยะขนาดนี้ 5555 อีกหนึ่งความประทับใจค่ะ ไม่คิดว่าจะมาส่งกันเยอะขนาดนี้

เรือกำลังออกแล้ว บ๊าย บาย ไม่อยากกลับเลย T T

 

กำลังจะถึงมาเล่แล้วค่ะ บรรยากาศครึ้มมาก

  

ตัดภาพมาที่ด้านซ้าย ทำไมอีกฝากฟ้าสดใสซะงั้น งงค่ะ 555

 

พอถึงท่าเรือพนักงานยกของลงเข็นรถให้ไป พาไปเช็กอิน และไปส่งถึงหน้าทางเข้าขึ้นเครื่องกันเลยทีเดียว ไม่ทิปให้ก็กระไรอยู่เนอะ 555 

 

ระหว่างรอ ร้านอาหารติดรันเวย์เลย มองดูเครื่องบินเพลินๆไป

 

จากนั้นเครื่องที่จะมารับเรากลับก็มาถึงแล้วว และมาพร้อมกับฝนเลยจ้า พอล้อนางแตะพื้นปุ๊ปฝนเทลงมาเลย

 

วันนี้ไฟล์ทไม่เต็ม ด้านหน้าแน่นๆ แต่ด้านหลังโล่งๆค่ะ จองกะแขกคนละแถวกันไป

 

กำลังขึ้นเห็นเกาะเล็กเกาะน้อย และ Atoll นิดหน่อย

  

 

อาหารขากลับ ต่ายขอเลือกห่อหมก เรามั่นใจว่าไม่ค่อยมีคนเอา แต่เราชอบรสชาดไทยๆ

  

กินอิ่มแล้ว นอนสิคะ 555 นอนยาวกันไป เกินคุ้มละไปกลับ 6,500 บาท

 

ท้องฟ้ายามเย็นอดไม่ได้ที่จะเก็บภาพ แขกข้างหน้าก็ลั่นไปหลายภาพ 555

 

        จากนั้นก็ถึงกรุงเทพฯโดยที่ห่อเหี่ยวมากเยย 5555 ทริปนี้ประทับใจมาก อยากกลับไปอีก ทริปนี้เหมือนได้พักผ่อนหน่อย ไม่เหมือนทริปเที่ยวเดินโหดแหลกลานแบบที่เคยผ่านมา 5555 หลายคนคงคิดว่าไปมันไม่มีอะไรทำ แต่สำหรับเราได้พักผ่อนแบบนี้ชอบนะ นอนโง่ๆ ฟังเพลง มองวิวก็พอแย้ว นิสัยของคนขี้เกียจซีนะ 5555

                                   ค่าเสียหายสำหรับทริปนี้

                                            ค่าเครื่องบินไป-กลับ               6,500 บาท

                                            ค่าที่พัก 2 คืน all inclusive     28,000 บาท

                                            ทิปพนักงานประมาณ               300 บาท

        จบแล้วจริงๆไม่ได้จ่ายอะไรเพิ่ม ไม่รวมพวกของที่ระลึกน้า ทั้งหมดใช้ไป 35,000 เอง

        สำหรับทริปเที่ยวมัลดีฟส์ขอจบเพียงเท่านี้นะคะ ต่ายอยากไปอีกค่ะ ครวหน้าอยากลองไปที่ไกลๆหน่อยว่ามันจะสวยขนาดไหนน้าา วันนี้ลาไปก่อนนะคะ Entry หน้าจะมาบันทึกเรื่องราวที่เที่ยวในไทยบ้างจ้า บ๊าบ บาย

Comment

Comment:

Tweet